แนะนำหนังซีรีส์น่าดูใน Netflix 2565

ไทยเทคโน

Peaky Blinders Season 6

ซีรี่ย์ฝรั่ง Netflix แนะนำ 2022 จากฝั่งอังกฤษ เป็นเรื่องราวต่อจากภาค 5 ที่ยังคงสานต่อแรงปรารถนาของทอมมี่ซึ่งได้รับอำนาจทางการเมืองแม้ตัวเขาจะมีปฏิบัติการทางอาญาบนท้องถนนในเมืองเบอร์มิงแฮม จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าความแตกต่างที่เกิดขึ้นจะช่วยให้เขาได้ทำตามเป้าหมายที่ตนเองวางไว้หรือไม่ รวมถึงยังมีอีกหลายเรื่องให้ต้องติดตามกัน สนุกแน่นอน


Doctor Sleep (ลางนรก)

เด็กชายพลังพิเศษที่รอดจากโรงแรมสยองออกมา แต่เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีปมบางอย่างในใจ และสิ่งเดียวที่จะช่วยคลายปมในใจของเขาได้ก็คือการช่วยเด็กสาวจากการไล่ล่าของปีศาจ มันส์ลุ้นระทึกน่าติดตามสุด!

ไมค์อาจเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งที่ต้องการให้พ่อแม่ของเขากลับมาคืนดีกัน ในฐานะลูกเขาจึงพยายามรักษาสมดุลให้ดีที่สุด โดยยังคงให้มี DNA ของทั้งคิงและคูบริก แต่มันก็จำเป็นจะต้องทำออกมาโดยไม่ละทิ้งตัวตนของตัวเองด้วย ไมค์ไม่เคยพยายามจะเป็นคูบริก ดังนั้น Doctor Sleep จึงไม่ได้มีทิศทางอย่าง The Shining ที่มีความระทึกขวัญผสมจิตวิทยาอยู่ในนั้น แต่ไมค์ทำมันออกมาอย่างแฟนตาซีบวกกับ trauma ของตัวละครอย่างที่เขาถนัด เขาเชื่อว่าผีอยู่รอบๆ ตัวเราทุกคน แต่บางทีมันก็มาในรูปลักษณ์ที่แตกต่างกัน ทั้งความทรงจำ ความรู้สึกผิด ความเศร้า ความเสียใจ และอะไรอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งนี่คือ DNA ของเขา ตัวละครของไมค์มักต้องแบกรับบางอย่างจนทรุดลง ครั้นพยายามจะฮึดสู้ก็ต้องเจ็บซ้ำสอง เพราะโลกเป็นสถานที่ที่มืดมิดและน่ากลัว ความชั่วร้ายมักได้สิ่งที่ต้องการไปเสมอ แต่อย่างน้อยถ้าใครบางคนยังเชื่อว่าความชั่วร้ายจะไม่ชนะตลอดไป โลกก็คงยังพอมีหวังให้กับคนที่ล้มเสมอมา แล้วเมื่อหากถอดเรื่องราวของภูติผีออกไปนี่ก็แทบไม่ต่างอะไรจากภาพยนตร์ซููเปอร์ฮีโร่แม้แต่น้อย มันให้ความรู้สึกเหมือนดู X-Men ผสม Logan นี่จึงเป็นส่วนที่ทำให้เราสลัดภาพจาก The Shining ไปได้ทันที แล้วในส่วนที่คารวะต้นฉบับก็ช่วยเติมเต็มจิ๊กซอว์ของเรื่องให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ฉะนั้นการจะนำทั้งสองเรื่องมาเปรียบเทียบกันก็รู้สึกว่าใจร้ายไปหน่อย เพราะนี่คือการสร้างสิ่งใหม่ไม่ใช่สร้างสิ่งเก่า ซึ่งในสายตาผู้เขียน ไมค์ทำมันออกมาได้อย่างน่าจดจำมากเช่นกัน


 

The Goldfinch

เกิดเหตุวางระเบิดในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง ธีโอเสียแม่ไปในเหตุการณ์นั้น แต่เขาก็ได้ขโมยภาพชิ้นนึงออกมา และภาพนั้นจะเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเขาไปเลย! The Goldfinch ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกันที่เล่าเรื่องของเด็กชายที่เสียแม่ของเขาไปในเหตุการณ์ระเบิดในพิพิธภัณฑ์ เหตุการณ์ครั้งนั้นมันกลายเป็นสิ่งฝังใจที่นำเขาสู่เส้นทางอาชญากรรม

ภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายรางวัลพูลิเซอร์ของ Donna Tart เป็นการรวมตัวของหลากหลายนักแสดงชื่อดัง ซาร่าห์ พอลสัน, นิโคล คิดแมน, หนุ่มน้อยแอนเซล เอลกอร์ธ และลุค วิลสัน เรื่องราวของเด็กหนุ่ม ธีโอดอร์ เด็กเกอร์ วัย 13 ปี ที่เอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิดจากเหตุการณ์ก่อการร้ายที่พิพิภัณฑ์ศิลปะแต่เขากลับต้องสูญเสียแม่ไป และเขาได้ฉวยเอา “ภาพนกโกลด์ฟินซ์” ที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุออกมาได้ ภาพนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่นำอันตรายต่าง ๆ มาสู่ตัวเขาเมื่อเขาเติบโตขึ้น


Black School Rules

กลุ่มนักเรียนที่ลุกขึ้นมาปฏิวัติกฎประหลาดๆ ของโรงเรียน สนุกมากกก เรื่องนี้ห้ามพลาด!

นักเรียนมัธยมปลายผู้เงียบขรึมลุกขึ้นมาร่วมมือกับเพื่อนที่ไม่อยู่กับร่องกับรอย เพื่องัดข้อกับกฎระเบียบของโรงเรียนที่จำกัดเสรีภาพ เพื่อช่วยสาวที่ชอบไม่ให้ถูกไล่ออก

Black Knight เป็นเรื่องราวในปี 2071 เมื่อโลกประสบปัญหามลพิษทางอากาศจนผู้คนจำเป็นต้องพึ่งหน้ากากกรองอากาศเพื่อหายใจ แต่มีเพียง 1% ของเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้นที่เอาชีวิตรอดมาได้  ทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นทางสังคมอย่างเข้มงวดในดินแดนอันแห้งแล้งของคาบสมุทรเกาหลี พนักงานขับรถส่งของกลายมาเป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในระบอบนี้ และสำหรับเหล่าผู้ลี้ภัยแล้ว การประกอบอาชีพขับรถส่งของเป็นเพียงความหวังเดียวในการเอาชีวิตรอดของพวกเขา ท่ามกลางความโกลาหลนี้ ซีรีส์เรื่อง Black Knight เล่าถึงเรื่องราวของอัศวินขนส่งในตำนาน “5-8” ผู้มีทักษะการต่อสู้ที่เหนือชั้น และ “ซาวอล” เด็กหนุ่มผู้ลี้ภัยที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นแบบเขา

ซีรีส์เรื่อง Black Knight สร้างจากเว็บตูนชื่อดังที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งได้รับรางวัล E-IP Award จาก Asian Film Market งานประกวดที่เชื่อมโยงเหล่าคนเขียนเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น นักเขียนเว็บดราม่า เว็บตูน หรือนิยายออนไลน์ ให้ได้รู้จักกับผู้เชี่ยวชาญในแวดวงบันเทิง ซึ่งสามารถต่อยอดผลงานของพวกเขาไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง ด้วยองค์ประกอบที่สร้างสรรค์ในการใส่จินตนาการให้กับอาชีพที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีอย่างพนักงานขับรถขนส่ง ให้กลายมาเป็นกลุ่มคนที่ต้องแบกความรับผิดชอบต่อการอยู่รอดของเผ่าพันธุ์มนุษย์นี้ ทำให้เรื่องราวของ Black Knight ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และผู้กำกับโจอึยซอก ผู้ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นความสามารถในการเล่าเรื่อง การจัดลำดับฉาก และการถ่ายทำที่มีรูปแบบทันสมัยในแบบของเขาผ่านทางผลงานที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Master, Cold Eyes และ The World of Silence จะรับบทหัวหอกในการผลิต ผู้เปลี่ยนเรื่องราวของเว็บตูนให้กลายเป็นซีรีส์ที่อัดแน่นไปด้วยฉากบู๊สุดตื่นเต้น


 

What Did You Eat Yesterday? : New Year’s Special

หนังวายชายรักชายของคู่รักคู่หนึ่งที่เขาจะทำอาหารให้แฟนกินเป็นกิจวัตรหลังเลิกงาน แต่ละวันก็จะมีเรื่องให้ต้องประคับประคองกันไป มาดูกันว่าจะมีเรื่องราวอะไรบ้าง น่าดูสุดดด

ตอนพิเศษ New Year’s Special 2020 จะประกอบด้วย 2 ตอนย่อย โดยจะเป็นเรื่องราวของสองตัวเอก ชิโระ คาเคย์ และ เคนจิ ยาบุกิ ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี พร้อมอาหารน่ากินและเรื่องราวชีวิตคู่ของทั้งสองเช่นเคย

What Did You Eat Yesterday? หรือ Kinou Nani Tabeta เป็นซีรีส์วาย (Yaoi) สร้างขึ้นจากมังงะชื่อเดียวกันของ ฟูมิ โยชินางะ โดยการ์ตูนเล่มนี้ถูกแปลเป็นรูปเล่มขายในประเทศไทยภายใต้ชื่อ ‘เมื่อวานเจ๊ทานอะไร?’

เรื่องราวของคู่รักเกย์วัย 40 ปี ที่อาศัยอยู่ด้วยกันภายในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ แห่งหนึ่ง ชิโระ คาเคย์ เป็นทนาย บุคลิกดี เคร่งขรึม ไม่เปิดเผยเพศสภาพให้ใครทราบทั้งนั้น ในขณะที่คู่ชีวิตของเขา เคนจิ ยาบุกิ ช่างตัดผมอารมณ์ดี กลับเมาท์มอยชีวิตส่วนตัวให้ลูกค้าฟังตลอดเวลา แม้กระทั่งเรื่องบนเตียง


 

Mother/Android

วิกฤติที่โลกต้องเจอกับแอนดรอยด์ล้ำยุคที่จะบุกเข้าล้างบางมนุษยชาติ คู่รักชายหนุ่มกับหญิงตั้งครรภ์จะผ่านเรื่องนี้และปกป้องลูกในท้องไปได้ยังไงต้องมาลุ้นกัน!

เรื่องราวในหนังเรื่องนี้อาจเป็นอุทธาหรณ์และสิ่งย้ำเตือนถึงอนาคตอันใกล้ เมื่อมนุษย์คิดค้นและพัฒนาเอไอให้หุ่นแอนดรอยด์คิดได้ใกล้เคียงมนุษย์ และพวกมันอาจลุกขึ้นมาปฏิวัติฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ในสักวันหนึ่ง และกลายเป็นพวกเรานี่เองที่ต้องกระเสือกกระสนหนีตาย และเด็กเกิดใหม่คงเหลือน้อยนิด จนวันหนึ่ง ก็อาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์

สำหรับผู้เขียน หนังระทึกขวัญ Mother/Android กองทัพแอนดรอยด์กบฏโลกถือว่าเป็นหนังในระดับมาตรฐานของแนวหุ่นยนต์ครองโลกที่เน้นในส่วนของเนื้อหามากกว่าฉากการต่อสู้ ดังนั้น ถ้าหากใครคาดหวังว่าจะได้เห็นฉากต่อสู้กับหุ่นยนต์แบบเต็มพิกัดสไตล์คนเหล็กเรื่องนี้อาจไม่ค่อยตอบโจทย์สักเท่าใดนัก แต่ถ้าหากอยากเสพเนื้อหาแนวการเอาชีวิตรอดในโลกล่มสลายพร้อมกับมีกำหนดเงื่อนไขด้านเวลาที่บีบคั้น หนังระทึกขวัญ Mother/Android กองทัพแอนดรอยด์กบฏโลก ก็ถือว่าเก็บเอาไว้ในรายการหนังระดับมาตรฐานที่อย่าคาดหวังอะไรมากมายนัก


 

 

The Journalist

ซีรีส์นักข่าวที่ตามล่าหาความจริง ไม่ว่าอะไรที่เขาเผชิญจะยิ่งใหญ่ หรือเส้นใหญแค่ไหนก็ไม่หวั่น มาดูกันว่าเธอจะผ่านพ้นอุปสรรค และมีความลับอะไรอยู่ในเรื่องนั้นๆ บ้าง!

ซีรีส์ญี่ปุ่น จิกกัดการเมืองสไตล์เข้มข้นแบบที่หาดูได้ยาก มีการแสดงและการเล่าเรื่องที่มีความเป็นสากลมากขึ้นแต่ก็ยังเป็นในแบบฉบับญี่ปุ่น สะท้อนภาพรวมการเมืองที่เราอาจพบได้จริงๆ มีพากย์ไทยทำให้ดูง่ายขึ้น

The Journalist Netflix รีวิว ซีรีส์ญี่ปุ่น คนข่าวเข้ม เมื่อการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว สะท้อนภาพการเมือง วงการสื่อ ในโลกความจริงได้น่าสนใจ และอาจเกิดขึ้นได้จริงๆ นักแสดงหลักได้ เรียวโกะ โยเนคุระ นักแสดงสาวชื่อดังรุ่นใหญ่ที่มีผลงานมากมายมาแสดงบทนำในเรื่องนี้ ใช้ชื่อเดียวกันกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่เคยสร้างในปี 2019 ซึ่งดัดแปลงจากนิยายของ อิโซโกะ โมจิสึกิ กำกับโดย มิจิฮิโตะ ฟูจิ มาครั้งนี้ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์โดยผู้กำกับคนเดิม แต่เรื่องราวแตกต่างกัน และตัวละครก็เป็นคนละชุดกันด้วย เลยเหมือนเป็นการเอาชื่อเรื่องมาเป็นจุดขายเฉยๆ ซึ่งต่อไปก็อาจจะขยายเอาไปสร้างต่อก็ได้ มีทั้งหมด 6 ตอนจบ (ไม่น่ามีซีซันสอง) มีพากย์ไทย รับชมได้เลยใน Netflix


 

 

Photocopier

หนังดราม่าจากอินโดนีเซีย เมื่อหญิงสาวต้องชวดทุนการศึกษาไปเพราะมีภาพหลุดออกไปทั่วอินเตอร์เน็ต เธอจึงร่วมมือกับพนักงานร้านถ่ายเอกสารสืบหาต้นตอเรื่องราวครั้งนี้!

เรื่องย่อ Photocopier (2021) เงื่อนงำหลังเครื่องถ่ายเอกสาร HD เต็มเรื่องพากย์ไทย ซับไทย มาสเตอร์ ดูหนังฟรีออนไลน์ เมื่อรูปถ่ายจากงานเลี้ยงทำให้ชวดโอกาสได้รับทุน หญิงสาวนักศึกษา “ซูร์” เธอต้องเสียทุนของเธอไปเพราะเธอเมาและมีเซลฟี่ของเธอตอนเมาเผยแพร่ทางออนไลน์ แต่เธอกลับจำเหตุการณ์คืนนั้นไม่ได้เธอจึงขอความช่วยเหลือจากกเพื่อนเพื่อค้นหาความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอในคืนนั้น


 

Archive 81

ซีรีส์ลึกลับ เธอได้รับงานว่าจ้างมาให้เก้บกู้ม้วนเทปลึกลับ ทำให้เธอต้องมาพันผัวและสืบสวนลัทธิที่แสนอันตราย!

#เรื่องย่อ #เปิดเผยเนื้อหาบางส่วน
แดเนียล เทอร์เนอร์ นักซ่อมบำรุงและฟื้นฟูเทปวีดีโอจากพิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ได้รับเอกสารจากเพื่อนสาวคนหนึ่งให้ช่วยกู้เทปวีดีโอที่อยู่ในสภาพเสียหายจากไฟไหม้ ภายในเทปเป็นเรื่องราวของ เมโลดี้ เพนเดรส นักศึกษาปริญญาเอก สาขามานุษยวิทยา ที่กำลังจะทำงานวิจัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บอกเล่า ของผู้คนภายในอาคารห้องชุดวิสเซอร์ย่านอีสต์วิเลจ นิวยอร์ค

จากนั้นต่อมาบริษัท LMG ได้ติดต่อให้ แดเนียล เข้าไปพบเพื่อทำการขอบคุณที่เขาซ่อมแซมเทปวีดีโอนั้นให้ แล้วบริษัทจะยื่นข้อเสนอให้กับเขาว่า ยังมีเทปอีกหลายม้วนที่เกี่ยวข้องกับเมโลดี้ เพนเดรส อาคารวิสเซอร์ และเหตุปริศนาที่เกิดขึ้นภายในอาคาร หากกู้ได้แล้วจะต้องทำเป็นไฟล์ดิจิตอลและประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพราะเหตุใดจึงเกิดไฟไหม้ที่อาคาร ในปี 1994 ด้วย ประธานบริษัท LMG ยังอ้างว่าหาก ประติดประต่อต่อเรื่องราวได้จะสามารถคืนความยุติธรรมให้กับผู้ตายเป็นอาคาร 13 ศพด้วย ทุกอย่างที่กู้ได้จะต้องถูกเก็บเป็นความลับเหตุผลทางกฎหมาย เมื่องานสำเร็จแดเนียลจะได้รับค่าตอบแทนในการกู้เทปวีดีโอ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐทีแรก แดเนียล เทอร์เนอร์ จะไม่รับทำงานนี้ เนื่องจากบริษัทรู้เรื่องราวที่เป็นความลับส่วนตัวเขามากเกินไป โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เสียชีวิตจากการถูกไฟไหม้ภายในอาคาร แต่ตอนดึก เขาฝันถึงชีวิตในวัยเด็กแล้วก็สะดุ้งตื่นด้วยภาพฝันบางอย่าง เขาจึงลุกขึ้นไปทบทวนเนื้อหาวีดีโอที่เขากู้ในเทปแรก แล้วพบว่าหมาที่อยู่ในรูปถ่ายภายในเทปวีดีโอกับเมโลดี้นั้นน่าจะเป็นหมาของเขาในวัยเด็ก เขาสงสัยว่าหมาของเขาไปอยู่กับเธอได้อย่างไร เขาจึงรับงานนี้

LMG ได้ให้แดเนียลไปทำงานในแลปแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองเป็นอย่างมาก ห้ามมีการเคลื่อนย้ายเทปวิดีโอออกน้องพื้นที่เด็ดขาด เขาต้องทำงานคนเดียวภายในบ้านกลางป่า ภายในมีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน อุปกรณ์ที่ทันสมัย คนส่งอาหารจะมาส่งให้ทุกสัปดาห์ แต่โชคร้ายที่บ้านหลังนี้ไม่มีอินเทอร์เน็ต จากนั้นเขาก็เริ่มซ่อมแซมและกู้เนื้อหาภายในเทปวีดีโอ และก็ได้รับรู้เรื่องราวของเมโลดี้ เพนเดรส และอาคารวิสเซอร์ไปที่ละม้วน

ม้วนแรกเราจะได้รู้ว่า ที่มาที่ไปของอาคารวิสเซอร์ ถูกสร้างขึ้นในปี 1932 ถึง 1934 ไม่ทราบว่าใครเป็นสถาปนิก อาคารสร้างทับใต้ซากคฤหาสน์ที่โดนไฟไหม้ในช่วงยุค 1920 ส่วนรายละเอียดของอาคารภายนอกนั้นมีสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับลัทธิบางอย่าง อาจเชื่อมโยงไปถึงและที่บูชาซาตานก็เป็นได้ เมโลดี้พักอาศัยในอาคารแห่งนี้ และได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอาคาร ห้ามเข้าไปยุ้งกับชั้น 6 คืนแรกที่เธอนอนพักก็พบว่า มีเสียงดนตรีประหลาดดังออกมาจากเครื่องทำความร้อน เสียงดนตรีที่น่ากลัว

จากนั้น แดเนียล เทอร์เนอร์ก็นั่งดูวีดีโอเทปไปทีละม้วน

เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการสัมภาษณ์ผู้อาศัยในอาคาร ซึ่งเมโลดี้ได้รับการช่วยเหลือจากเด็กหญิงคนหนึ่งซื่อว่าเจส เจสจะได้พา เมโลดี้ เข้าไปสัมภาษณ์ผู้คนทีละคน เริ่มจากคีตกวี ที่แต่งผลงานเพลงน่ากลัว เพลงที่สื่อสารถึงนรก ซึ่งเมโลดี้คิดว่าเป็นเพลงที่เธอได้ยินภายในห้องของเธอ


 

My Love Mix-Up (ยางลบสื่อรัก)

เรื่องวุ่นๆ สุดน่ารัก เมื่ออาโอกิพบว่าผู้หญิงที่เขาแอบชอบดันไปชอบกับหนุ่มอีกคนหนึ่ง แต่ทว่าหนุ่มคนนั้นกลับคิดว่าอาโอกิชอบเขาเอง เรื่องราวจะเป็นยังไงต้องรอติดตามกันเลย

ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นที่เรียกได้ว่าเป็นความสุขส่งท้ายให้กับปี 2021 ไปได้อย่างงดงามจริง ๆ เมื่อทางช่อง TV Asahi จับมือร่วมกับบริษัทโปรดักชั่น J Storm สร้างซีรีส์ดัดแปลงมาจากมังงะโชโจชื่อดังอย่าง Kieta Hatsukoi (消えた初恋) / Vanishing My First Love ออนแอร์ผ่านช่อง TV Asahi คืนวันเสาร์เวลา 21.30 น. (GMT+7) สามารถรับชมย้อนหลังพร้อม Subtitle ถูกลิขสิทธิ์บนแพลทฟอร์มอย่าง Netflix และ Rakuten Viki ได้แล้ววันนี้

รื่องราววุ่น ๆ เกิดขึ้นเมื่อ ‘อาโอกิ’ ลืมเอายางลบมาในวันที่มีสอบเก็บคะแนน เขาจึงหันไปขอยืมยางลบจากเพื่อนสนิท ‘อัคคุง’ แต่ว่าอีกฝ่ายมียางลบเพียงแค่ก้อนเดียว และในระหว่างที่อาโอกิกำลังกระวนกระวายไม่รู้จะทำอย่างไรนั้น เขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมห้องอย่าง ‘ฮาชิโมโตะซัง’ ผู้ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยโดยการให้อาโอกิยืมยางลบ แต่แล้วอาโอกิก็พบว่าบนยางลบก้อนนั้นมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า “อิดะคุง”

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะโชคชะตาดันเล่นตลกเมื่อยางลบก้อนนั้นบังเอิญตกจากโต๊ะและ ‘อิดะ’ เจ้าของชื่อบนยางลบที่นั่งอยู่ข้างหน้าเขาเป็นคนก้มลงมาเก็บยางลบให้ ทำให้อิดะบังเอิญเห็นข้อความนั้นและเข้าใจผิดคิดว่าอาโอกิชอบตนเอง!


 

Nobuta wo Produce ปฏิบัติการ…โนบุตะ (เปลี่ยนเธอให้สวยปิ๊ง)

เด็กสาวขี้อายที่ถูกรังแกมาโดยตลอด แต่เธอได้มาพบกับกลุ่มเพื่อนสุดป๊อปที่จะเข้ามาช่วยเธอในเหตุการณ์ที่เธอถูกแกล้งต่างๆ และปั้นให้เธอเป็นดาวสาวสวยสุดป๊อปในโรงเรียนไปเลย!

ชูจิ คิริทานิเป็นนักเรียนหนุ่มป๊อปปูล่าในโรงเรียน เขาเป็นจอมโกหกและไม่เปิดเผยตัวจริง ซึ่งอันที่จริงเขาเพียงแค่เบื่อหน่ายกับชีวิตวัยเรียนและสังคมเดิมๆ เขาเห็นว่าการเป็นที่นิยมชมชอบของเพื่อนๆ มันเป็นเพียงแค่เกมเกมหนึ่งที่เขามีส่วนร่วมอยู่ในนั้นและเล่นบทบาทของชูจิ และทำทุกอย่างเพียงเพื่อคงสถานะความเป็นนักเรียนที่โรงเรียนนั้น เพราะฉะนั้นเขาคบอยู่กับ มาริโกะ อุเอฮาระ นักเรียนสาวที่น่ารักที่สุดในโรงเรียน ทว่าเขากลับไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับเธอเลยและโกหกเธอมาตลอด และแม้กระทั่งความรู้สึกกับเพื่อนนักเรียนชายเช่นกัน

แต่คนที่ป่าวประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชูจิคือ อากิระ คุซาโนะ เขามีบุคคลิกที่แตกต่างไปจากชูจิ เขาเป็นคนที่มีจิตวิญญาณล่องลอยนิดๆ คิดอะไรก็พูดอยากนั้น ทำอะไรตามใจปรารถนา เขามักหัวเราะเรื่อยเปื่อย ทำท่าทางประหลาดๆ เหมือนกับคนไร้สติ ซึ่งเพื่อนๆ ไม่ได้คิดว่าเขาเท่ แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรเขาได้ และเขาก็ไม่แคร์อยู่ดีว่าจะมีใครคิดยังไงกับเขา เขาเป็นลูกนักธุรกิจมีฐานะ แต่กลับมาอาศัยอยู่กับลุงร้านขายเต้าหู้จนๆ คนหนึ่ง ชูจิออกจะกลัวๆ อากิระ เพราะเขาคือคนเดียวที่มองออกว่าตัวตนที่แท้จริงของชูจิคือใครและเป็นอย่างไร

ทั้ง 2 หนุ่มได้รู้จักกันที่นอกโรงเรียน และต่อมาชูจิก็เริ่มชอบความเป็นตัวของตัวเองของอากิระ และเขาชอบที่ได้เป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่กับอากิระ ทว่าทั้ง 2 คนไม่เคยสนิทสนมกันให้เพื่อนๆ เห็นเวลาอยู่ที่โรงเรียน วันหนึ่งมีนักเรียนหญิงย้ายใหม่เธอชื่อ โนบูโกะ โคะทานิ เธอเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดค่อยจา แลดูหดหู่และแปลกๆ เธอกลายเป็นศัตรูกับนักเรียนหญิงแก๊งค์เกเรชอบกลั่นแกล้ง เธอโดนพวกแก๊งค์นร.หญิงเกเรกลั่นแกล้งตลอดเวลาทุกวันๆ ไม่มีใครเข้ามาห้ามหรือช่วยเหลือ จนวันหนึ่งชูจิกับอากิระตัดสินช่วยเธอจากการถูกเอาน้ำราดในห้องน้ำจากพวกนร.หญิง


 

Ozark (มหกรรมฟอกเงินเพื่อครอบครัว)

ซีรีส์ระทึกขวัญอาชญากรรมของครอบครัวแห่งหนึ่งที่ต้องมาจำใจฟอกเงินให้กับมาเฟีย แล้วพวกเขาจึงต้องมาดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นออกวงการนี้ มาดูกัยว่าจะมีเหตุการณ์อะไรให้ลุ้นและจะผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปยังไง

มาร์ติน ‘มาร์ตี้’ เบิร์ด (Jason Bateman จากหนังเรื่อง ‘Central Intelligence’‘Zootopia’ และ ‘The Gift’) ที่ปรึกษาทางด้านการเงินผู้มีปัญญาที่ชาญฉลาดและยังมีวาจาวาทะที่ยอดเยี่ยมที่ชิคาโก แต่เพราะผู้ร่วมธุรกิจของเขาดันไปโกงพ่อค้ายาเสพติดตัวเอ้เข้า

เมื่อเข้าถึงตาจน มาร์ตี้จำเป็นต้องรักษาทั้งชีวิตตัวเองและครอบครัวไว้ เขาจึงมีข้อเสนอ เขาจะใช้ความสามารถในวิชาการฟอกเงินที่เขามี นำเงินที่พ่อค้ายาเสพติดคนนั้นถูกโกงไปคืนมาให้ และวิธีการของเขาก็คือการถอนเงินทุกดอลล่าร์ออกไปจากธนาคาร และย้ายถิ่นฐานไปอยู่ยังมิสซูรี ที่นั่งมีทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อน ที่นั่นยังห่างไกลสายตาของฝ่ายตรวจสอบ


 

32 Malasana Street (32 มาลาซานญ่า ย่านผีอยู่)

ครอบครัวโอลเมโดได้ย้ายไปอยู่ในบ้านหลังใหม่แห่งหนุ่ง แต่มีวิญญาณอาฆาตเริ่มหลอกหลอน บอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสยองขวัญที่สร้างจากเหตุการณ์จริงด้วยนะ

แนว: สยองขวัญ
นำแสดง: เบโกญา วาร์กัส, อีบัน มาร์กอส, บี เซกูรา, เซร์คีโอ แคสเทลานอส, โฆเซ ลุยส์ เด มาดาเรียกา, อีบัน เรเนโด, ฆาเวียร์ โบเทต
กำกับ: อัลแบรต์ ปินโต

สร้างจากเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้น 32 Malasana Street (Malasaña 32) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่พิสูจน์ว่านักทำหนังจากสเปนเป็นตัวจริงเรื่องความหลอน

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 1976 เมื่อครอบครัวอัลเมโดย้ายจากบ้านหลังเก่าย่านชนบทเข้ามายังบ้านใหม่ในย่านมาลาซาญา กรุงมาดริด พวกเขาทุกคนตื่นเต้นที่ได้เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองหลวงกลางช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของประเทศสเปน แต่มีสิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ บ้านหลังนี้มีบางอย่างแถมมาด้วย ซึ่งมันไม่ต้อนรับผู้มาเยือนหน้าไหนทั้งนั้น และมันก็พร้อมเปลี่ยนการเริ่มต้นครั้งใหม่ให้เป็นฝันร้ายที่ไม่มีทางลบเลือน


 

Neymar: The Perfect Chaos “ชีวิตจริงของเนย์มาร์”

สารคดีเปิดใจชีวิตของ เนย์ มาร์ นักฟุตบอลขวัญใจคนทั่วโลก มาเล่าเส้นทางและประสบการณ์ในชีวิตและเส้นทางนักฟุตบอลของเขา

ซีรี่ย์เรื่องนี้จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของ เนย์มาร์ บอกเล่าถึงตัวตนจริง ๆ ของเขา ตั้งแต่เส้นทางในชีวิตค้าแข้ง รวมถึงสิ่งที่เขาเป็น จากปากของเขาและคนใกล้ตัว ซึ่งเนย์มาร์บอกในตัวอย่างด้วยตัวเองว่า “สำหรับคนใกล้ตัว คนในครอบครัว เขาคือ แบทแมน อัศวินรัตติกาล แต่สำหรับคนภายนอก ก็จะมองเขาเหมือน โจ๊กเกอร์ วายร้ายตัวฉกาจ ศัตรูตลอดกาลของแบทแมน”

และในตอนนี้ เนย์มาร์ นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก สตาร์ทีมชาติบราซิลและปารีส แซงต์ แชร์กแม็ง กำลังเป็นอีกคนที่จะได้มีสารคดีชีวประวัติ ในชื่อ “Neymar: The Perfect Chaos” หลังก่อนหน้านี้เคยมีบทสมทบเล็ก ๆ ในซีรี่ส์ “La Casa de Papel” หรือ “Money Heist” ที่ฉายใน Netflix


 

Snowpiercer

เมื่อโลกกลายเป็นยุคน้ำแข็งอีกครั้ง ผู้คนจึงต้องอพยพไปอยู่ในรถไฟที่แบ่งชนชั้น ทำให้เกิดการกดขี่ ทำให้เกิดการปฏิวัติขึ้น และต้องหาที่อุ่นเพื่อตั้งรกรากอีกครั้งให้ได้

สำหรับ Snowpiercer เป็นเรื่องราวจากต้นฉบับนิยายภาพ Le Transperceneige ในปี 1982 ที่นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี 2013 (กำกับโดยบงจุนโฮจาก Parasite) ก่อนจะนำมาทำต่อในเวอร์ชั่นซีรีส์ของ Netflix

โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของการต่อสู้ระหว่างชนชั้น บนรถไฟขบวนยักษ์ 1001 ตู้ ซึ่งหัวขบวนของรถไฟได้ใช้ชีวิตแบบหรู ส่วนคนที่อยู่ท้ายตู้เป็นเหล่าชนชั้นแรงงาน ทำงานแลกอาหาร ใช้ชีวิตไม่ต่างจากนรกบนรถไฟ

ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็งกลับมาอีกครั้ง ให้เราได้ขึ้นรถไฟผจญภัยไปพร้อมกันกับ Snowpiercer ซีซั่น 3 ซึ่งเตรียมออกอากาศแบบทั่วโลก 25 มกราคมนี้ หลังจากที่ซีซั่น 1 ได้ออกอากาศในช่วงกลางปี 2020 พร้อมสานต่อซีซั่น 2 ในช่วงต้นปี 2021 โดยนับเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีก่อนจะมีซีซั่น 3 มาลงจอ

Snowpiercer ซีซั่น 3: สรุป

จุดสิ้นสุดของฤดูกาลที่สามของ’Snowpiercer’ในหัวข้อ’The Original Sinners’เริ่มต้นด้วย Wilford สร้างกองทัพเพื่อต่อสู้กับ Layton และควบคุม Snowpiercer เมลานีไปหารูธและขอให้เธอไปกับเขา ปล่อยให้รูธจัดการกับปัญหา เมลานีและเลย์ตันพบกันเพื่อบรรลุข้อตกลงแต่ไม่สามารถหาที่ตั้งใจกลางเมืองได้ Layton และ Josie ขอความช่วยเหลือจาก Tail สำหรับการปฏิวัติ Snowpiercer ที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อเดินทางต่อไปยัง New Eden คำพูดของ Layton ให้กำลังใจชาว Tailies และเตรียมพวกเขาให้ต่อสู้เพื่อพระผู้มาโปรดของพวกเขา

เมลานีร่วมกับวิลฟอร์ดเพื่อเข้าร่วมกองทหารขณะที่เลย์ตันประกาศความพร้อมในการต่อสู้ในสงคราม พวกเขาขอให้โรชเข้าร่วมและต่อสู้กับเลย์ตัน เมื่อโรชยื่นคำขาดให้เลย์ตัน เขาตระหนักว่าเขาจะไม่สามารถต้านทานการนองเลือดได้อีก เขาคุยกับเมลานีและทำให้เธอตระหนักว่าสงครามระหว่างพวกเขาจะเป็นประโยชน์ต่อวิลฟอร์ดเท่านั้นและช่วยให้เธอกลายเป็นเผด็จการที่ได้รับการฝึกฝนอีกครั้ง


 

Color Out of Space (แสงสีจากต่างโลก)

อุกกกาบาตที่มีพลังควบคุมใจของมนุษย์ตกลงมายังบ้านพักในเขตชนบทแห่งหนึ่ง ทำให้สิ่งมีชีวิตบริเวณนั้นกลายพันธ์ุ และนั่นคือสิ่งที่ความน่ากลัวน่าสะพรึงทั้งหมดกำลังจะมา!

เรื่องราวประหลาดที่เกิดขึ้นกับครอบครัว “Gardner” เมื่อจู่ๆ ก็มีวัตถุชิ้นหนึ่งจากฟากฟ้า ร่วงลงมาบนผืนดิน เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการเก็บตัวอย่าง แต่แล้ว มันกลับหายลับตาไป และเมื่อกลับมาดูอีกครั้งก็ได้พบว่าวัตถุชิ้นนี้ มีแสงเปล่งออกมา ซึ่งเป็นสีที่มนุษย์ “ไม่สามารถอธิบายได้” และยังมีเหตุการณ์ประหลาดยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ พายุโหมกระหน่ำ วัตถุประหลาดหายวับไปกับตาขณะสายฟ้าฟาดลงมา

ความแปลกประหลาดยังไม่จบลงเท่านี้ ผลผลิตทางการเกษตรของครอบครัว Gardner เติบโตอย่างผิดปกติ มีรสชาติผิดเพี้ยนเกินกว่ามนุษย์จะทนได้ พืชและสัตว์เจริญเติบโตไม่สมประกอบ เปราะบาง และมีสีเทา

นิโคลัส เคจ ออกมาจับปืนและคลั่งอีกครั้งในหนังสยองขวัญ Color Out of Space แต่คราวนี้เป็นเพราะมีสะเก็ดดาวตกลงมาแล้วทำให้รอบบริเวณบ้านไร่ที่เขาอยู่กลายเป็นสีม่วงครับ

หนังสร้างโดยผู้สร้างเดียวกับ Mandy ที่เคจนำแสดงและได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นงานที่ดีที่สุดของเขาในรอบหลายปี ดัดแปลงจากเรื่องสั้นคลาสสิคของเอช.พี. เลิฟคารฟต์ บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ชีวิตต้องพบกับเรื่องสยองขวัญเมื่อมีสะเก็ดดาวตกลึกลับตกลงมาใกล้บ้านแล้วไม่เพียงก่อให้เกิดละอองสีม่วงเต็มไปหมดเท่านั้น ยังส่งผลต่อร่างกายและจิตใจของสิ่งมีชีวิตในละแวกนั้นให้กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวด้วย

หนังเป็นผลงานกำกับของริชาร์ด สแตนลีย์ เจ้าของหนังคัลท์ยุค 90 อย่าง Hardware และ Dust Devil ซึ่งไม่ได้กำกับหนังยาวอีกเลยนับตั้งแต่ถูกไล่ออกจากหน้าที่ระหว่างกำกับ The Island of Dr. Moreau เมื่อปี 1996 หนังเรื่องนี้จึงถือเป็นการกลับมาทำหน้าที่ผู้กำกับหนังยาวเป็นครั้งแรก

หนังออกฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลหนังโตรอนโตและแฟนตาสติกเฟสต์ไปแล้ว และได้คำวิจารณ์ด้านดีค่อนข้างมากครับ ยังไม่มีกำหนดฉายในบ้านเราหรือมีข่าวว่าค่ายไหนซื้อมา แต่จะเข้าฉายในสหรัฐมกราคม 2020 นี้


 

The Florida Project (แดนฝันจำแลง)

หนังที่เกี่ยวกับหนูน้อยแสนซนคนหนึ่งที่ต้องอยู่กับแม่ที่มีปัญหาชีงิตรุมเร้า แต่เธอก็ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ใกล้บ้านและมาดูเรื่องราวแห่งฟลอริด้าไปพร้อมๆ กัน ย้อนกลับไปปี 2015 ชื่อของผู้กำกับอย่าง ณอน เบเกอร์ ถูกกล่าวในฐานะผู้กำกับที่บ้าบิ้นใช้ Iphone 5S ทำหนังอย่าง Tangerine จนได้เข้าฉายสายประกวดและได้รับการจับตามองทั้งชื่อชั้นและฝีมือ จนเราสงสัยใคร่รู้ว่างานชิ้นต่อมาของเขาจะยังเล่นกับการถ่ายด้วยอุปกรณ์จิ๋วอีกหรือไม่ และจะเล่าเรื่องอะไรต่อจากชีวิตกะเทยเปรี้ยวซ่าเฉดส้มในเรื่องที่ผ่านมา แม้โดยเนื้องานโปรดักชั่นของ The Florida Project จะถูกยกระดับขึ้นมาเป็นการถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม แต่กระนั้นโดยเนื้อหาก็ยังวนเวียนอยู่กับชีวิตของคนตัวเล็กๆ ที่คราวนี้ดูจะเล็กเป็นพิเศษเพราะมุมมองส่วนใหญ่คือมาจากเด็กๆ 5-6 ขวบที่ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวโก้หรูเหมือนอย่างภาพที่ปรากฎในโฆษณาทีวี

หนังฉายภาพความน่ารักน่าชังของเด็กๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ชวนให้ตกหลุมรักไปพร้อมๆ กับตะลึงงันว่าเบเกอร์กำกับนักแสดงเด็กเหล่านี้อย่างไร (ทั้งที่ส่วนใหญ่เล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก) ในขณะเดียวกันหนังยังสอดส่องให้เห็นชีวิตผู้ใหญ่ที่อยู่รายล้อม ไม่ว่าจะเป็น บ็อบบี (วิลเลม เดโฟ) ผู้จัดการปากร้ายใจดีที่แม้จะจู้จี้แต่ก็คอยดูแลความเป็นไปของผู้คนในโมเตลของเขาด้วยความอบอุ่น หรือตัวเฮลลีย์เองที่เพิ่งตกงานและต้องดิ้นรนทุกวิถีทางในการประคับประคองความเป็นอยู่ของตนกับลูก

การแสดงให้เห็นชีวิตคนตัวเล็กในพื้นที่ชายขอบของสังคมอเมริกันชวนให้นึกถึงหนังปี 2016 ของ แอนเดรีย อาร์โนลด์ เรื่อง American Honey ที่เล่าถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ออกตระเวนขายสมาชิกนิตยสารให้กับผู้มีอันจะกินทั่วอเมริกา หนังติดตาม สตาร์ (ซาชา เลน) เด็กสาวผู้หนีจากปัญหาและภาระหนักหนาที่บ้านมาอยู่กับกลุ่มนี้ ซึ่งระหว่างทางนั่นเองที่เธอได้ตกหลุมรัก เติบโต และพบตำแหน่งแห่งที่ของตนบนโลกกว้าง


 

The Sinner

ซีรีส์สืบคดีสุดระทึกขวัญ เมื่อหญิงสาวที่เขาไปเที่ยวด้วยได้ตายไปอย่างปริศนา เขาจึงต้องกลับมาไขคดีอีกครั้ง เป็นซีรีส์สืบสวนที่พยายามหาทางฉีกจากแนวเดิมๆ เน้นหาแรงจูงใจของฆาตกรที่ดูแล้วเหมือนพวกเขาเป็นเหยื่อที่ทำให้น่าเห็นใจด้วย มีจุดหักมุม การเล่าเรื่องอืดไปบ้าง นักแสดงหลักก็มีอายุ บางคนอาจจะไม่ชอบ

The Sinner Netflix ss 1-3 รีวิว คนบาป ซีรีส์ฝรั่งแนวสืบสวนที่พลิกการเล่าเรื่องใหม่ เพราะเฉลยตัวฆาตกรตั้งแต่ฉากแรก แต่เรื่องจะมุ่งเน้นการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ รวมถึงแรงจูงจงใจ ซึ่งเมื่อขุดค้นไปเรื่อยๆ เรื่องราวกลับโยงไปสู่ความจริงเบื้องหลังที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนที่สุดหักมุมอย่างไม่น่าเชื่อ

เรื่องราวจะแบ่งหนึ่งซีซันต่อหนึ่งคดีใหญ่ ซึ่งก็ไม่ได้เชื่อมต่อกัน แต่ทั้งสองคดีมีคอนเซปต์หลักที่คล้ายกันคือ ฆาตกรแต่ละซีซันดูเหมือนเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไร และไม่น่าจะมีเหตุให้ลงมือฆาตกรรม แต่เมื่อตัวเอกลองสืบสวนลึกลงไปกลับพบว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เห็น รวมถึงเล่นปมทางจิตวิทยาที่น่าสนใจ

แล้วในที่สุดเรื่องราวจากทั้งสองคดีที่ถูกเปิดเผยออกมาก็ทำให้เราพบว่า บางทีคนบาปตัวจริงอาจจะไม่ใช่ฆาตกรที่ลงมือฆ่าเสมอไป แต่พวกเขาเป็นเพียงเหยื่อที่อยู่ปลายทางของการก่ออาชญากรรมโดยคนที่มีฉากหน้าว่าเป็น “คนดี” ต่อสังคมมากกว่า

THE SINNER — “Part VI” Episode 106 — Pictured: (l-r) Bill Pullman as Harry Ambrose, Jessica Biel as Cora Tannetti — (Photo by: Peter Kramer/USA Network)

ตัวเรื่องจะเล่าสลับไปมาระหว่าง ปัจจุบัน กับ อดีตของโครา ว่าเธอถูกเลี้ยงดูมายังไง ปมในครอบครัวที่คาดไม่ถึง รวมถึงการกระทำบางอย่างจากในอดีตที่ส่งผลกระทบมาถึงปัจจุบันของเธอเอง ทั้งหมดเป็นสิ่งที่นักสืบแอมโบรสต้องคอยสืบค้นไปด้วย ซึ่งบทสรุปค่อนข้างหักมุมเอามากๆ

เนื่องจากการสืบสวนจะไม่ใช่ค้นหาว่า ใครฆ่า แต่เป็นการค้นหาสิ่งที่อยู่เบื้องหลังและแรงผลักดันของการกระทำที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวอะไรกัน ทำให้ซีซันแรกมีความน่าติดตามเอามากๆ อีกทั้งการที่ตัวเอกยิ่งสืบสวนลงไปกลับยิ่งพบความลับดำมืดที่คาดไม่ถึงมากขึ้นเรื่อยๆ เราก็อาจจะพบว่า ที่แท้จริงแล้ว คนบาป ที่ถูกตราหน้า อาจจะไม่ใช่ฆาตกรที่ลงมือฆ่าคน แต่เป็นคนอื่นที่ภายนอกดูหน้าฉากเป็นคนดีของสังคมก็ได้

แต่จุดด้อยก็มีพอสมควร เช่น งานสร้างที่ดูแล้วรู้สึกได้ว่าเป็นงานทุนต่ำ แต่ก็ดูเหมือนเป็นความตั้งใจของทีมสร้าง เพราะคดีทั้งสองเกิดขึ้นในชนบทของสหรัฐ จึงให้บรรยากาศที่ดูไม่น่าไว้ใจ ผู้คนที่ดูแล้วมีอะไรซุกเงื่อนงำไว้


VIKINGS: VALHALLA (ไวกิ้ง: วัลฮัลลา)

  • ชื่อเรื่อง : Vikings: Valhalla (ไวกิ้ง: วัลฮัลลา)
  • ความยาว : 8 ตอน
  • วันที่ฉาย :  25 กุมภาพันธ์ 2022
  • แนว : แอ็คชั่น , ผจญภัย , ประวัติศาสตร์ , สงคราม
  • ระบบเสียง : พากย์ไทยและซับไทย
  • ช่องทางการรับชม : Netflix
  • คะแนน : 7/10

ภาคแยกที่ยังคงรักษาความสนุก และความดิบเถื่อนเอาไว้ได้ บทความรีวิวนี้ เขียนขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนตัวของผมล้วนๆ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แตาก่อนจะมาเริ่มการรีวิว เรามาดูเรื่องย่อของซีรีส์เรื่องนี้กันก่อนดีกว่า

เรื่องราวเริ่มต้นจาก 2 พี่น้องชาวกรีนแลนด์ลูกของชาวไวกิ้งที่โด่งดังเรื่องความโหดร้ายและป่าเถื่อน อย่าง อีริค เดอะเรด พ่อของพวกเขาเคยฆ่าคนจนโดนเนรเทศ ซึ่งสองพี่น้องคู่นี้ได้เดินทางมายังเมืองคัตเทกัต เพื่อตามหาและล้างแค้นชายคนหนึ่งที่เคยบุกมาข่มขืนน้องสาว โดยมีพี่ชายคือ ลีฟ อีริคสัน ชายที่เป็นทั้งนักเดินเรือที่เก่งกาจและยังมีทักษะการสู้รบที่ไม่แพ้ใคร และน้องสาวของเขา เฟรย์ดิส เอริกส์ดอตเตอร์ หญิงสาวที่เคยถูกชาวไวกิ้งคริสเตียนบุกเข้ามาข่มขืนเธอถึงบ้าน ในระหว่างที่พ่อและพี่ชายของเธอไม่อยู่บ้าน และเอามีดสลักสร้างรอยแผลเป็นรูปกางเขนไว้ที่กลางหลังของเธอ เธอจึงเดินทางพร้อมกับพี่ชายและเพื่อน มายังเมืองคัตเทกัตเพื่อตามหาคนที่ข่มขืนเธอ และทำการล้างแค้นให้กับความเจ็บปวดในอดีตที่เธอได้รับและฝังใจมาตลอด

ซึ่งในขณะเดียวกัน ณ เมืองคัตเทกัต ก็ได้มีการนัดรวมกลุ่มชาวไวกิ้งจากทุกสารทิศ เพื่อรวบรวมกองทัพไปโจมตีประเทศอังกฤษ เนื่องจากเมื่อ 1 ปีก่อน กษัตริย์เอเธลเรดที่ 2 แห่งอังกฤษ ได้ทำการสั่งทหารให้ฆ่าล้างเผ่าพันธ์และขับไล่ชาวไวกิ้งที่อยู่บนเกาะอีงกฤษทิ้งให้หมด ทำให้ชาวไวกิ้งที่ได้รู้ข่าวและเสียญาติพี่น้องไปจากการสังหารหมู่ครั้งนี้ จึงโกรธแค้นและนัดรวบรวมกองทัพกันที่เมืองคัตเทกัต นำโดย กษัตริย์คนุต แห่งเดนมาร์ก และสองพี่น้องต่างพ่ออย่าง โอลาฟ แฮรอลด์สัน ไวกิ้งชาวคริสเตียนที่เคร่งคัด (เข้าขั้นบ้า) เขามองพวกไวกิ้งที่นับถือความเชื่อเก่าอย่างเทพนอร์ส ว่าเป็นพวกนอกรีต และควรสมควรตาย ต่อมาคือน้องชายต่างพ่อของเขาอย่าง ฮารัลด์ ซีเกิร์ดสัน ชายที่มีดีพร้อมทุกอย่าง เป็นนักรบที่เก่งกาจ หน้าตาหล่อเหลา แถมเขายังเป็นคนพูดจาดี ช่างเจรจา เขาสามารถพูดชักจูงให้ชาวไวกิ้งที่นับถือความเชื่อเก่า และชาวไวกิ้งที่นับถือคริสต์ยอมมารวมมือกันเพื่อล้างแค้นอังกฤษ ทั้งที่ 2 กลุ่มนี้เกลียดกันมาก แต่ฮารัลด์ก็รู้วิธีพูดเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนเห็นตรงกันได้ และเขายังเป็นเหลนของกษัตริย์ ฮารัลด์ ไฟน์แฮร์(อยู่ในVikings ภาคเก่า) อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Next Post

ปลดล็อกกัญชา แล้ว 2 เดือนกับภาวะสุญญากาศ มีอะไรที่รัฐต้องทำแต่ (ยัง) ไม่ได้ทำ

ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ให้ครัวเรือนปลูกได้ และ […]