ปลดล็อกกัญชา แล้ว 2 เดือนกับภาวะสุญญากาศ มีอะไรที่รัฐต้องทำแต่ (ยัง) ไม่ได้ทำ

ไทยเทคโน

ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ให้ครัวเรือนปลูกได้ และขายกันอย่างเสรี เปิดทางให้คนเสพเข้าถึงได้ทั่วไป คนขายที่เคยอยู่ใต้ดินได้ขึ้นมาหายใจ ขณะที่ตัวเลขผู้ได้รับการบาดเจ็บจากกัญชาเพิ่มมากขึ้น

GETTY IMAGES

การปลดล็อกที่ผ่านไป 2 เดือน ฝ่ายที่ท้วงติงการปลดล็อกมองว่า มีหลายกรณีที่กติกาของรัฐควบคุมลงไปไม่ถึง “ครึ่งโล 2,000 ครับ ขีดละ 500 แล้วก็ 100 200 300 ก็มีครับ” ผู้ขายกัญชาตอบข้อความจากกล่องแชทบนเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์  พร้อมส่งรูปภาพของสินค้าที่อัดเป็นก้อนบนตราชั่งให้กับบีบีซีไทย หลังจากเราแจ้งว่าตามมาจากกลุ่มเฟซบุ๊ก

ช่วงเวลา 2 เดือน นับแต่การปลดล็อกเมื่อ 9 มิ.ย. 2565 ตลาดคนปลูก คนขาย คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น คนซื้อก็หาซื้อได้ง่ายขึ้น รวมทั้งการเสพเพื่อสันทนาการ การบริโภคเป็นอาหาร หรือการใช้ในทางการแพทย์ ทว่าชีวิตคนที่ “บาดเจ็บ” จากกัญชาก็มีเพิ่มมากขึ้นกลายเป็นข่าวรายวัน

“รายงานตอนครบสัปดาห์แรก คนไข้จะมีกลุ่มของอาหารเพิ่มขึ้นมา และกลุ่มของผู้สูบที่เยอะขึ้น” ผศ.นพ.สหภูมิ ศรีสุมะ หัวหน้าสาขาวิชาเภสัชวิทยาและพิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกกับบีบีซีไทย

“อย่างตอนที่ปลดกัญชาทางการแพทย์ (ปี 2562) เนี่ยจะเป็นกลุ่มน้ำมันกัญชาเป็นส่วนใหญ่ รอบนี้ก็จะมีความหลากหลายมากขึ้น มีทั้งอาหาร มีทั้งการสูบ”

จิรัฐติ คุตนาม ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม วัย 42 ปี ใช้น้ำมันกัญชาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดจากโรค เธอบอกว่าการรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัด การใช้กัญชาช่วยได้มากในการบรรเทาความเจ็บปวด

นำส่วนของกัญชาที่แห้งแล้วมาต้มในน้ำ ใช้เวลาต้มราว 15 นาที แล้วจิบน้ำต้มกัญชา คือวิธีที่จิรัฐติ ใช้กัญชาสำหรับบรรเทาอาการเจ็บปวด

เธอยอมรับว่า ในช่วงที่กัญชายังผิดกฎหมาย เธอใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง เพราะไม่ทราบคุณภาพของกัญชาที่ได้มา ทำให้ประเมินปริมาณที่เหมาะสมได้ยาก

“บางครั้งใช้โดสหนึ่งมันก็มึนเมามาก แต่อีกครั้งก็ไม่รู้สึกอะไรเลย ถ้าใช้มากไป มันก็มากไป พอไม่รู้คุณภาพ คุณก็ไม่รู้ผลของมัน เพราะปริมาณแต่ละคนไม่เหมือนกัน”  จิรัฐติ กล่าว พร้อมบอกว่าการใช้กัญชาต้องศึกษาวิธีการใช้ที่ถูกต้องด้วย

ด้าน “บังเตรส” ผู้ขายกัญชาใต้ดินในกรุงเทพฯ บอกว่าหลังจากปลดล็อก เขาขายกัญชาได้ยากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ทว่าตลาดก็พบกัญชาที่อาจเป็นของที่เกรดไม่ได้มาตรฐาน

“ผมกลายเป็นว่า รู้สึกว่ามันช้าลง มองว่าเพราะมีตัวเลือกในการให้ลูกค้าซื้อได้เยอะขึ้น ราคามันก็ลงมา” ลูกค้าของเขามีจุดประสงค์การใช้เพื่อการสันทนาการมากกว่า โดยกัญชาแห้งที่ขาย ใช้ส่วนของช่อดอก

ผศ.นพ.สหภูมิ แพทย์ผู้ติดตามนโยบายการปลดล็อกกัญชา และเคยมีประสบการณ์ศึกษาต่อเฉพาะทางด้านพิษวิทยาที่รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ในช่วงคาบเกี่ยวการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐเสรีนันทการกัญชา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บจากกัญชาภายหลังการปลดล็อกกับสถิติของปีที่แล้ว และสถิติผู้บาดเจ็บในช่วงปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์เมื่อปี 2562

“ตอนที่เป็นปลดกัญชาทางการแพทย์ปี 62 เคส (ผู้ป่วย) ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่อาจจะอายุมากหน่อยหรือเป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพ  รอบนี้จะเป็นเด็กด้วยนะครับ เป็นทั้งเด็กวัยรุ่นที่อยากจะลอง หรือว่าจะมีการหยิบกินผิด”

หนึ่งสัปดาห์หลังจากปลดล็อกกัญชาเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี เปิดเผยข้อมูลสถิติผู้บาดเจ็บจากการได้รับกัญชาที่เข้ามายังศูนย์ ระหว่างวันที่ 9-15 มิ.ย. ผู้ป่วย 14 คน มีอายุตั้งแต่ 13-79 ปี ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้กัญชาครั้งแรก 9 คน มีทั้งจากการสูบ 5 ราย การกิน 9 ราย ซึ่งเป็นการกินน้ำมันกัญชา เครื่องดื่ม อาหาร และขนม

ตัวเลขภายในสัปดาห์เดียวหลังปลดล็อก เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2564 และ 2563 ตลอดทั้งเดือนมีผู้ป่วย 21 คนและ 15 คน ตามลำดับ

เหตุบาดเจ็บจากกัญชาส่วนหนึ่งที่ปรากฏเป็นข่าว

สถานการณ์เช่นว่านี้ นพ.สหภูมิ ชี้ว่า สำหรับประเทศไทย ผลิตภัณฑ์กัญชาไปถึงผู้บริโภคก่อนที่กติกาการใช้จะพร้อม จึงเป็นเหตุให้มีการบาดเจ็บ “เกิดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว”

เขาเล่าตัวอย่างของรัฐเสรีนันทนาการกัญชา อย่างรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐโคโลราโดของสหรัฐฯ การปลดล็อก กติกาของรัฐจะจำกัดปริมาณที่สามารถซื้อได้ในแต่ละวัน ถ้าถือครองเยอะกว่าที่อนุญาตให้ซื้อได้ต่อวันถือว่าผิดกฎหมาย

“นั่นรัฐเสรีนันทนาการนะ แต่คุณซื้อได้จำกัด”

ผศ.นพ.สหภูมิ ชี้ว่า การกล่าวว่านโยบายไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของคน อาจจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะในรัฐเสรีนันทนาการ คนจะมองกัญชาว่ามีความปลอดภัยมากกว่ารัฐที่ไม่ปลด  ทำให้ความระแวดระวังของคนจะลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนการปลดล็อกให้เสรี

“การที่กติกาอ่อนลงจะเพิ่มความเสี่ยงของการที่เข้าไปอยากรู้อยากลองแล้วก็เกิดการบาดเจ็บได้” นพ. สหภูมิระบุ

ภาพ:: FACEBOOK/ชมรมแพทย์ชนบท

เพจชมรมแพทย์ชนบทเปิดเผยภาพ พร้อมกับระบุว่า “กัญชาอัดแท่งยังมีขาย แขวนโจ่งแจ้งราวกับขนมถุงร้านชำ”

สิ่งที่รัฐต้องทำ แต่ (ยัง) ไม่ได้ทำ

ผศ.นพ.สหภูมิ ในรัฐและประเทศเหล่านี้ที่เปิดเสรีกัญชาหรือที่เรียกว่า “รัฐเสรีนันทนาการ” จะมีกฎหมายที่ระบุเรื่องการถือครอง และสถานที่ที่ห้ามถือครอง  ตัวอย่างเช่น บางรัฐของสหรัฐฯ เช่น แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด วอชิงตัน และประเทศแคนาดา

นอกจากนี้ ยังมีประเทศที่กัญชาถือว่ายังผิดกฎหมายอยู่ แต่ให้ครอบครองได้ในปริมาณที่ไม่เกินกว่ากฎหมายกำหนด (decriminalize)  เช่น เนเธอร์แลนด์ และออสเตรเลีย เป็นต้น

หัวหน้าสาขาวิชาเภสัชวิทยาและพิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ. รามาธิบดี ให้รายละเอียดของกติกากำกับในรัฐเสรีกัญชากับบีบีซีไทย ดังนี้

  • กำหนดปริมาณถือครอง / จำกัดการซื้อ

แคลิฟอร์เนียกับโคโลราโด จะจำกัดปริมาณที่สามารถซื้อได้ในแต่ละวัน หากถือครองมากกว่าที่อนุญาตให้ซื้อได้ต่อวัน ถือว่ามีความผิด

มีระบบการแทร็กการถือครองผู้ซื้อผ่านบัตรประชาชน เมื่อผู้ซื้อเข้าซื้อในร้านที่ 1 จะถูกลงทะเบียนบันทึกว่าซื้อไปแล้ว โดยมีปริมาณสาร THC กี่มิลลิกรัม เมื่อเข้าร้านที่ 2 ก็จะเห็นปริมาณที่ซื้อไปแล้ว เพื่อป้องกันการซื้อเกินปริมาณที่กำหนด

“สมมติซื้อไปหลายร้านมาก จะเกินแล้วอย่างนี้ ร้านท้าย ๆ นี่ เขารู้นะไอ้คนนี้ซื้อเกินแล้วขายให้ไม่ได้”

  • กำหนดพื้นที่การครอบครอง / พื้นที่การเสพ

ผศ.นพ.สหภูมิ กล่าวว่า ในสหรัฐฯ เอง ต้องบอกว่ากัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมายเหมือนเดิม  เพียงแต่ว่าบางรัฐยินยอมให้ใช้ทางการแพทย์หรือนันทนาการได้  ดังนั้น สนามบินถือว่าเป็นเขตที่ห้ามมีผลิตภัณฑ์กัญชาเข้าไป

“สมมติอยู่โคโลราโดหรืออยู่แคลิฟอร์เนีย อยากจะสูบกัญชาในร้านที่เขาจัดไว้ให้ ทำได้นะครับ แต่ถ้าจะเข้าสนามบินเพื่อที่จะบินกลับไปรัฐของตัวเองหรือบินกลับประเทศตัวเอง ถ้าตรวจเจอที่สนามบินถือว่าผิดกฎหมายแล้ว”

มาตรการห้ามพกพาเข้ามาในสนามบินเช่นนี้ ถือว่าเป็นการสร้างความปลอดภัยในเชิงกฎหมายให้กับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศ ดีกว่าการที่ถูกจับในประเทศปลายทางที่มีบทลงโทษที่รุนแรง

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดร้านที่สูบได้ อาทิเช่น ร้านที่ขึ้นทะเบียน บางรัฐก็กำหนดให้เสพเฉพาะในบ้านพักอาศัย ซึ่งก็จะมีกฎหมายปกป้องเด็กเข้ามาร่วมด้วย

  • การป้องกันสำหรับเด็ก

การสูบหรือการบริโภคกัญชา ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่กำหนดไว้ในภารกิจของหน่วยบริการปกป้องคุ้มครองเด็ก (Child Protective Services -CPS) นอกเหนือไปจากยาเสพติดอื่น หรือกรณีที่ผู้ปกครองมีภาวะติดสุรา ซึ่งอาจกระทบกับเด็กที่อาศัยอยู่ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดเรื่อง บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อเด็ก (Child-Resistant Packaging) อย่างเช่น บรรจุภัณฑ์ที่เด็กสามารถเปิดได้ยากสำหรับเด็ก ส่วนฉลากต้องระบุวิธีรับประทานอย่างชัดเจน

ในรัฐเสรีกัญชา ยังกำหนดมาตรการต่อพ่อแม่ผู้ปกครองว่าต้องรับผิดชอบต่อการบาดเจ็บของเด็กที่บริโภคกัญชาเข้าไป ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ

“หากลูกเอาขนมไปโรงเรียนโดยบังเอิญหยิบผิด หยิบเป็นบราวนี่กัญชาไปโรงเรียน เด็กคนอื่นในโรงเรียนกินไป แล้วบาดเจ็บไปพร้อม ๆ กับลูกเขา ผู้ปกครองคนนี้ต้องมีการแสดงความรับผิดชอบ”

  • การขับขี่บนท้องถนน

ผศ.นพ.สหภูมิ บอกว่า ในรัฐเสรีนันทนาการกัญชาพิจารณาเรื่องนี้หลายมิติ โดยมาตรการ และบทลงโทษ มีความแตกต่างระหว่างชนิดของสารเช่น โคเคน หรือแอลกอฮอล์

“ถ้าขับแล้วมึนเมา เขาจะส่งตรวจเลือดหรือปัสสาวะอย่างไร ถ้าเจอจะมีบทลงโทษยังไง ก็มีในประเด็นนี้ด้วย”

ขณะที่บางรัฐจะกำหนดว่า ห้ามมีผลิตภัณฑ์กัญชาที่ฉีกออกจากซองอยู่ในรถ ถ้าอยู่ในรถ กัญชาต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์  เป็นต้น

ความคืบหน้าในการร่างกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง พ.ศ….  ยืนยันว่า การปลดล็อกกัญชาในขณะนี้ มีประกาศของ สธ. คุมเข้ม ไม่ต้องปิดสภาวะกัญชาสุญญากาศ พร้อมจะเร่งออกกฎหมายที่เป็นประโยชน์อย่างรอบคอบ รวดเร็ว เพื่ออุดช่องว่าง

“สถานการณ์นี้ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาอะไรกับสังคม และเยาวชน เกินไปกว่าที่สถานการณ์จะรับไม่ได้” นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และประธาน กมธ.ฯ กล่าวเมื่อ 25 ก.ค.

ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษก กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง กล่าวกับบีบีซีไทยในวันที่ 8 ส.ค. ว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ ทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกัญชาจะต้องมีการจดแจ้ง ยกเว้นการใช้กัญชาในครัวเรือน

ความคืบหน้าของร่างกฎหมายอยู่ที่ประมาณ 70% และอยู่ระหว่างการพิจารณารายมาตรา โดยจะมีบทลงโทษบรรจุใน พ.ร.บ.ด้วย

เสรีกัญชา “แบบแซงหน้าทุกรัฐในโลก”

หลังจากไทยปลดล็อกกัญชา กระทรวงการต่างประเทศของไทย แจ้งเตือนคนไทยถึงประเทศที่ห้ามนำกัญชาเข้าประเทศอีกอย่างน้อย 20 ประเทศ

“การปลดล็อกเพื่อนันทนาการ มันมีการเกิดขึ้นในประเทศอื่นในรัฐอื่น ประเทศไทยก็ทำได้ แต่รอบนี้ ทุกประเทศเขามองเรา เพราะเราปลดแบบแซงทางโค้ง แบบแซงหน้าทุกรัฐในโลก รีแลกซ์เกินไป”  ผศ. นพ.สหภูมิกล่าว

“ถึงแม้ว่าคนปลดจะพูดคำว่าเขาอยากจะให้ปลดทางการแพทย์ แต่ตัวกติกาที่ออกมามันเอื้อให้กลายเป็นเสรีสุดขีด”

ผศ.นพ.สหภูมิ บอกว่า การส่งเสียงออกมาของกลุ่มแพทย์ให้ปิดสภาวะสุญญากาศกัญชา ไม่ได้ชี้ว่าการปลดล็อกกัญชาเป็นเรื่องผิด และเห็นว่าการระงับการปลดล็อกชั่วคราวก่อนมีกฎหมายเฉพาะขึ้นมาควบคุม น่าจะช่วยปิดภาวะสุญญากาศได้

“บางคนเขาอาจจะบอกว่า ผมออกมาด้อยค่า ผมไม่ได้บอกว่าการเปิดนันทนาการมันผิด ผมอยู่รัฐที่มันเปิดมาแล้ว แต่การเปิด โดยที่ไม่มีกติกาการันตีความปลอดภัยและความรับผิดชอบต่อสังคม อันนี้ต่างหากที่คนอื่นเขายอมไม่ได้” ผศ.นพ.สหภูมิ ทิ้งท้าย

ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย ธันยพร บัวทอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

Next Post

อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค ซิสเต็ม" เสนอขายไอพีโอ 70 ล้านหุ้น-คาดเข้าเทรด mai ปีนี้

ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง บมจ.อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิ […]

You May Like